แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นก Birds แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นก Birds แสดงบทความทั้งหมด

22.10.57

นกพิราบในสวนที่ถูกเรียกว่าเรดบูทส์ / Pigeon (Red Boots) in my Garden


กรกฎาคม

นกพิราบฝูงหนึ่งแวะมากินอาหารที่ในสวน
คงเป็นนกพิราบจากสนามหลวงที่ถูกจับมาปล่อย
พวกมันลุกลี้ลุกลน กินอาหารเหมือนกับอดอยากมานาน
ทำเอานกเขาชวา นกเขาหลวงและเหล่านกกระจอกระส่ำระสายไปตาม ๆ กัน
นกพิราบทำให้นกเขาหลวงที่หวงกินและชอบวิวาทกลายเป็นนกผู้ดีไปเลย


นกพิราบ(เท้าแดง) / Pigeon in our garden



ตอนแรกมาแค่ตัวเดียว และแล้วก็ตาม ๆ กันมา

สะดุดตากับเท้าสีแดงเหมือนสวมรองเท้าบู้ท
เลยเรียกพวกเค้าว่า เรดบูทส์


นกพิราบเท้าแดงจากหนึ่งตัวเป็นสามตัว / Three pigeons

เห็นนกแล้วอยากรู้ว่าเป็นนกอะไรก็เลยหาข้อมูล
ถึงรู้ว่าประชากรนกพิราบที่สนามหลวงขยายจำนวนรวดเร็วมากเพราะมีผู้คนให้อาหาร
กทม.ก็เลยต้องจับไปปล่อยไว้ที่นั่นที่นี่ ให้กระจายกันไป
ที่เชื่อว่าเป็นนกจากสนามหลวงก็เพราะว่าไม่กลัวคนเลย
มาถึงก็คล้ายบอกว่าหิวแล้ว จะกิน 
ผิดกับนกฝูงน้อยที่ให้อาหารประจำ จะมาแบบเจียมตัว


นกพิราบเท้าแดงในรูปนี้ห้าตัวแล้ว / from three to five Pigeons



 เห็นภาพแล้วคงเข้าใจว่าทำไมถึงเรียกว่าเร้ดบูท

นกพิราบเร้ดบูทส์ผู้หิวโหย
ภาพข้างบนนี้ชอบมาก




ที่จริงพวกเค้าก็สวยดี มีบางตัวที่เกือบสวยเพราะลายเลอะไปหน่อย
แต่กลัวเหมือนกันเรื่องไวรัสนก
เท่าที่รู้มามักไม่เกิดกับนกที่อยู่ตามธรรมชาติ
ที่อังกฤษ ถ้ามีนกตายต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ จะได้เอาไปตรวจว่าเป็นโรคระบาดหรือเปล่า
ถ้าเกิดที่กรุงเทพจะแจ้งใครดี จะมีใครเอาไปตรวจไหม


จากห้าเป็นหกนกพิราบ / Six Pigeons



เกิดอาการกังวล จะมากันทั้งสนามหลวงไหมนี่

จะมีโรคมาด้วยหรือเปล่า
จะติดนกเขาชวาหน้าเก่าของเราหรือไม่
ถ้ามากันมาก ๆ คงต้องหยุดให้อาหาร
ไม่มีอาหารก็คงไม่มา



โปรดสังเกต จากรูปทั้งหมด แทบไม่มีนกพิราบตัวไหนเงยหน้า กินอย่างเดียวเลย
มองในภาพอย่างนี้แล้วสงสาร ก็หิวมานี่นา
อิ่มแล้วก็กินน้ำในอ่างแล้วก็ไป

ไป
เพื่อที่จะกลับมาใหม่



*






3.9.57

ถ้าไม่เงยหน้าขึ้นมองนก ก็คงไม่เห็นสายรุ้ง / Double Rainbow


เย็นวันนั้น
ถ้าไม่เงยหน้าขึ้นมองนกก็คงไม่ได้เห็นสายรุ้ง


Bangkok, Thailand Zebra Dove and The Rainbow

วันที่ 23 กรกฎาคม 2557  หลายคนได้เห็นรุ้งสองสาย
ฉันจำไม่ได้หรอกว่าเห็นสายรุ้งในกรุงเทพครั้งสุดท้ายเมื่อไร
รู้แต่ว่านานมากแล้ว


Double Rainbow

ตอนแรกยังไม่เห็นรุ้งเส้นที่สองที่อยู่เหนือขึ้นไป
เพราะเลือนลาง ไม่ชัดเหมือนรุ้งเส้นล่าง
แต่ก็เห็นจนได้
ตั้งแต่จำความได้ ฉันไม่เคยเห็นรุ้งสองสายเลย
ไม่รู้ว่าจะได้เห็นอีกเมื่อไร จะได้เห็นอีกไหม


Rainbow before The Rain

เย็นนั้นฟ้ามีหมอกเมฆ แสงก็เปลี่ยนให้เห็นซึ่งหน้า
เป็นเรื่องแปลกเรื่องที่หนึ่ง


Three Birds and The Rainbow

นกทุกตัวหันหลังให้สายรุ้ง
นกเขาหลวงตัวซ้ายมือ ตอนแรกหันหน้าไปทางสายรุ้งแต่แล้วก็หันหลังให้
เป็นเรื่องแปลกเรื่องที่สอง


A Zebra Dove, A Sparrow and The Rainbow

นกเขาชวาเหมือนขนลุก หรือมันพองขน
ทำไม
เป็นเรื่องแปลกเรื่องที่สาม



A Pigeon with Red Boots

นกพิราบที่เรียกเองว่าเรดบู้ทก็หันหน้าเข้าบ้านเหมือนกัน


Spotted Dove shivering

เขาหลวงหันหน้าไปทางสายรุ้ง แล้วขนคอขนบนหัวก็พอง หน้าตก
ธรรมดามันจะพองขนคอเวลาจะต่อสู้กับพวกมันเอง
ได้มาดูชัด ๆ จากรูปที่ถ่ายไว้
ยิ่งพิศวง

ได้แต่ตั้งข้อสงสัย ไม่ได้คิดต่อ ไม่ได้สรุป ไม่ได้ค้นคว้า
รู้แต่ว่าสัตว์มีสัญชาตญาณบางอย่างที่มนุษย์ไม่มี



Double Rainbow

เย็นวันนั้น
ถ้าไม่ได้เงยหน้ามองนก
ฉันคงไม่ได้เห็นรุ้งสองสาย
และคงไม่ได้ตั้งคำถามเกี่ยวกับพฤติกรรมแปลก ๆ ของพวกนก
บางทีวันหนึ่งคำตอบจะมาถึง
บางทีอาจจะไม่
เรื่องเล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
ไม่ใช่เรื่องน่าตื่นเต้นอะไร

แต่ในฐานะผู้สังเกตการณ์
ฉันได้เห็น ได้อยู่ในเหตุการณ์ที่ทำให้ทึ่ง
ประหลาดใจกับเรื่องราวของ "รุ้งสองสายกับเหล่านก"
มันจึงกลายเป็นเรื่องเล่า
เท่านั้นเอง



*






22.4.57

นกแม่ลูก เจ้านกกระจอกเอย (2) / Oh Sparrows (2) Mom and her Chick


Sparrow Mom feeding her chick.


บางครั้ง ความสุขเกิดขึ้นง่าย ๆ
จากสิ่งเล็ก ๆ ที่ยิ่งใหญต่อความรู้สึก


Little chick with pieces of seed on its beak

เห็นลูกนกครั้งแรกเป็นลูกนกเขาชวา สะดุดใจทำไมตัวสั่น กระพือปีกถี่ ๆ อยู่เรื่อย ๆ และพิงแม่ตลอด
นึกว่าเป็นลูกนกเจ็บป่วย มีโรคประจำตัวตั้งแต่เกิด กังวลมาก
ลูกนกกระจอกตัวนี้เป็นลูกนกตัวที่สองที่เห็น ตัวสั่นเหมือนเป็นไข้จับสั่นเลย
แต่ไม่ใช่หรอก
ลูกนกทั้งสองไม่ได้เจ็บป่วย เป็นเพียงลูกนกปีกอ่อนที่หวั่นหวาดต่อโลกที่กว้างกว่ารังนอนมากมาย

ลูกนกไม่ต่างจากลูกคนที่ต้องหัดลุก หัดนั่ง หัดยืน
ต้องหาความสมดุลในทุกการทรงตัว
เป็นลูกนก ยังต้องหัดบินอีกด้วย
หลังจากนอนอยู่ในรังเล็ก ๆ ที่อบอุ่น ได้รับการห่อหุ้มอยู่ในอ้อมปีกของแม่
ต้องโผบินสู่มวลอากาศเวิ้งว้าง
มีเพียงคู่ปีกของตนเท่านั้นที่จะช่วยให้ทรงตัวอยู่ได้
เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งแรก ครั้งใหญ่ ครั้งสำคัญของชีวิต


Sparrow chick cries or calls her mommy and mom always comes

เวลาลูกนกหยุดกระพือปีกก็จะร้องเรียกแม่ คล้ายเด็กร้องไห้หาแม่ หรืออาจเร่งจะเอาอาหาร
แม่เฝ้าสรรหาเมล็ดพืชที่เหมาะสม ปอกเปลือก แล้วป้อน
ไม่เห็นแม่กลืนกินเองเลย คงรอให้ลูกอิ่มก่อน
แม่นกทำให้ทุกอย่างแต่ลูกน้อยก็ยังร้องโวยวายอยู่ดี
ลูกร้องแม่ก็หยุด กระโดดกลับมาดูลูก


Perfect Mom

แม่นกจริงจังกับการให้อาหารลูกมาก
ลูกนกยังกินเองไม่ได้ คงเพราะปอกเปลือกไม่เป็น เอาเปลือกออกจากปากไม่ได้
นกกระจอกเป็นนกชนิดเดียวที่เห็นปอกเปลือกเมล็ดข้าวฟ่างก่อนกลืนกิน*


Chick tries to balance her poise

ทันทีที่แม่ผละไป ลูกนกก็เสียสมดุล ขากางเลย


Chick's crying out, mom's back, still looking for proper seed

ลูกนกร้องเสียงดัง แม่รีบกระโดดมาหา ตายังสอดส่ายหาเมล็ดพันธุ์ที่เหมาะใจมาป้อนลูก


Conversation occurs?

ที่นี้ต่างคนต่างร้อง ไม่รู้ว่าแม่ลูกพูดอะไรกัน
(ตอนนี้อยากเป็นนกมาก แล้วก็ต้องเป็นนกกระจอกด้วย ไม่อย่างนั้นคงฟังไม่รู้เรื่อง)


Mom's talking, chick's turning her face away from mom

แม่ยังพูดอยู่แต่ลูกนกหันหน้าหนี
ถึงตอนนี้ แม่นกยังไม่ได้กินอาหารเลย



Chick stops crying, mom is nearby

ลูกนกเงียบแล้ว แม่ไม่ผละไป แต่หาเมล็ดพืชอยู่ใกล้ ๆ ให้ลูกนกอุ่นใจ

นกทั้งสองมาที่บ้านเป็นประจำ
ถึงวันนี้ ลูกนกทรงตัวได้ดีขึ้น มันมักบินหนีแม่ไปนั่นไปนี่
แม่เคี้ยวอาหารเสร็จมองหาลูกเลิ่กลัก
อมอาหารบินตามลูกไปป้อนบนกิ่งเฟื่องฟ้า
ป้อนเสร็จ พูดนั่นพูดนี่
แล้วลูกนกก็บินตามแม่ลงมาบนลาน
ลูกนกไม่ติดแม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว
มันรู้ว่าแม่จะหามันเจอ และจะมาป้อนอาหารที่อมไว้ในปากให้กับมัน


ความสุขง่าย ๆ
จากสิ่งเล็ก ๆ
ที่ทำให้ใจสั่นไหวกับความอ่อนโยนที่เกิดขึ้นต่อหน้า

 ภาพที่ถ่ายได้เหล่านี้ ไม่ได้ใช้ความพยายามใด ๆ
เพียงถ่ายภาพไปเรื่อย ๆ

ความเคยคุ้นก่อให้เกิดความวางใจ
ฉันและหมู่นก เราต่างเป็นส่วนหนึ่งของกันและกันในสวนแห่งนี้
เราต่างเป็นส่วนหนึ่งบนโลก
ไม่มีใครเหนือกว่าใคร

ในมุมมองที่ตรงข้าม เราต่างเป็นทั้งผู้รับและผู้ให้
ไม่มีใครเหนือกว่าใครในมุมมองนี้เช่นกัน
และนี่ก็ไม่ใช่การหาเหตุผลของความรู้สึกเป็นสุข
เพราะต้นเหตุก็อยู่ต่อหน้าเรานี่เอง

เมื่อเราเป็นสุข
เราไม่มองหาเหตุผล
เพราะเราย่อมรู้อยู่แก่ใจว่าอะไร ที่ทำให้เราเป็นสุข




*




28.3.57

เจ้านกกระจอกเอย / Oh Sparrows

ถ้าเราอยากรู้เรื่องนกกระจอก เราสามารถหาอ่านได้โดยง่าย
แต่ครั้งนี้ อยากเล่าเรื่องนกกระจอกที่พบเจอกันทุกวันที่บ้าน
นกกระจอกเป็นสัตว์ปีกที่น่ารัก เชื่อง นิสัยดี เผื่อแผ่ และเจียมตัว


ทุกครั้งที่โปรยอาหารให้ มันจะส่งเสียงร้องเรียก นำทางนกตัวอื่น ๆ และชนิดอื่นมาหาเรา 
พวกมันกินอยู่รอบนอก
นกเขาชวาอยู่ใกล้ตัวที่สุด แบบ'นกรู้'ว่ารัก
นกเขาหลวงที่มีน้อยกว่าแซมอยู่ในหมู่นกแต่ไม่เข้าใกล้จนเกินไป
นกเขาหลวงหรือเขาใหญ่เป็นนกขึ้รังแก มันมักทำร้ายนกเขาชวา แต่ไม่ทำร้ายนกกระจอก
ส่วนนกเขาชวารังแกพวกเดียวกันบ่อย ๆ



พอนกชนิดอื่นกินเสร็จแล้ว นกกระจอกถึงจะเข้าใกล้และกินอาหารอย่างจริงจัง
เจดีเป็นคนแรกที่สังเกตเห็นว่า นกกระจอกจะไม่กินเปลือกเมล็ดข้าวฟ่าง
จึงเป็นพวกเก็บกวาด แต่ทิ้งเปลือกไว้ 

ตัวเป็นแม่จิกเมล็ดข้าวฟ่างป้อนลูก
ลูกนกแรกบินตัวสั่นตลอดเวลา กระพือปีกสะเงาะสะแงะ ตามติดแม่
น่ารักจนไม่อาจเข้าบ้านไปหยิบกล้องมาถ่ายภาพเก็บไว้
การขยับเขยื้อนอาจทำให้ช่วงเวลานั้นหายไป
จึงเลือกที่จะเก็บภาพผ่านเลนส์ตา
เก็บไว้ในความทรงจำ



เวลาออกมาแล้วไม่เห็น จะร้องเรียกสแปร์โรวส์ ๆ ๆ
แป๊บเดียวก็มากันเต็ม อิ่มหนำก็กินน้ำในจานดินเผาที่รองไว้ให้
กระโดดไป ๆ มา ๆ เหมือนเล่น แล้วก็ลงเล่นน้ำ กลิ้งไปกลิ้งมา




ตัวที่มีคู่ก็ดูแลให้อาบน้ำอาบท่าอย่างในภาพ
แต่ตัวเองไม่ยักอาบ




แสนน่ารัก ตัวที่แช่อยู่ในอ่างก็อาบน้ำช้า ไม่ยอมขึ้นจากน้ำ
ตัวอื่น ๆ หาที่เหมาะ ๆ ฝังตัว อาบแดด




เป็นบางวันที่พบเจอพวกมันทำหลุมกรวดลงนอนฝังตัวอย่างสบาย
เหมือนคนฝังตัวในหลุมทรายริมชายทะเล
เรียงรายกันเป็นทิวแถว




อยู่กันเป็นหมู่เป็นพวก ไม่ทำร้ายกันเลย
เห็นมีที่ทะเลาะกันสู้กันบ้าง แต่เหมือนเล่นสู้กันมากกว่า



บางตัวขุดหลุมลึก แล้วลงนอน ขยับอยู่นั่นให้อยู่ในท่าที่สบายที่สุด
บางตัวขุดหลุมตื้น ทำความสะอาดตัวเหมือนแต่งตัว
แต่งอยู่นั่นกว่าจะเสร็จ




บางคู่ชวนกันเดินเที่ยว สำรวจสถานที่ กระโดดตามกันต๊อก ๆ
ใช้คำว่า "กระโดด" ไม่ใช่เดิน เพราะนกกระจอกไม่ก้าวขา
มันเคลื่อนไหวด้วยการกระโดดด้วยขาสองขาพร้อมกัน



มันเป็นนกอยากรู้อยากเห็น ซน รื้อมะพร้าวสับที่ใช้คลุมกระถางทุกวัน



นกที่มีคู่ขุดหลุมนอนเบียดกัน
ตัวที่ไม่มีคู่ก็มอง



ยืนมอง นั่งมองยังไม่พอ นอนมองอีกด้วย



เป็นสุขเมื่อเห็นว่านกในสวนสุขสบาย สวนของเราเป็นสวรรค์ของนก
สวรรค์ของนกคือสวรรค์ของเรา

ครั้งหนึ่งพูดออกไปไม่ได้คิด 
"เจดี นี่ทำบุญแบบโฮมดิลิเวอรี่เลยนะ ทำได้ทุกวัน ทำตอนไหนก็ได้"
เจดีหัวเราะก้าก คนพูดไม่รู้หรอกว่าตลก



เรารู้สึกว่า สวนของเราเป็นเหมือนเรสตัวรองต์ รีสอร์ท แอนด์ สปา ของพวกนก

ความทรงจำจากสวีเดน 
คราวที่เห็นนก รวมทั้งเหยี่ยว กินอาหารจากมือสุภาพสตรีที่รักในสวนบ้านเธอ
ที่นั่นนกใกล้ชิดกับคนเพราะพวกมันไม่ถูกทำร้าย ไม่ถูกยิง ไม่ถูกขว้างปา ไม่ถูกไล่ ไม่ถูกจับไปกิน
และยังได้อาหาร
นกกับคนจึงอยู่ร่วมกันอย่างปกติสุข


นกกินแล้วทำเลอะเทอะบ้าง เพียงใช้น้ำจากสายยางฉีดตอนรดน้ำต้นไม้ก็สะอาดแล้ว
มันกินแต่ธัญพืช ไม่เหมือนคน

นกกระจอกที่บ้านรู้ว่าพวกมันคือสแปร์โรวส์
 คนใช้ชื่อมันเหยียดหยามคนด้วยกัน ไม่รู้ว่ามีที่มาอย่างไร

สัตว์ที่มนุษย์ใช้เป็นคำด่าว่าคนอื่นล้วนเป็นสัตว์ที่ฉันรัก 
เริ่มที่หมา เห็นแม่เลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก ถึงวันนี้หลายรุ่นแล้ว รักหมามาก
เป็นความรักที่มีที่มาและสาเหตุหลายประการ

ทุกครั้งที่ออกต่างจังหวัด นั่งในรถชะเง้อชะแง้มองหาควาย 
สัตว์ตัวใหญ่ แข็งแรงบึกบึน สง่า เงียบขรึม ทำงานหนัก 
เห็นทีไรดีใจทุกที เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยเห็น 
เวลานี้ได้เห็นนกกระจอกทุกวันอย่างใกล้ชิด น่ารักจริง ๆ และรักเข้าให้แล้ว

จะไม่ใช้ชื่อสัตว์เหล่านี้ด่าว่าใครเลย ด่าไปก็เหมือนยกย่อง  


"พวกเราน่ารักนะค้า"



*


3.9.56

นกเขาหลวง Spotted Dove, Free Bird


"ไม่ทันกลืน" นกเขาหลวงกับเมล้ดข้าวฟ่างที่จงอยปาก

นกเขาหลวงหุ่นท้วมเดินต้วมเตี้ยม
สวมเสื้อคลุมอ่องเอี่ยมปกดำขาว
เมล็ดพืชโปรยหล่นลงกรูกราว
ทีละเม็ดแต่ละคราวเจ้าเก็บกิน





นกเขาหลวงหรือเขาใหญ่มีชื่อสามัญภาษาอังกฤษว่า Spotted Dove เพราะลายที่คอเป็นจุดดำขาว
บ้างเรียกว่า Necklace Dove เพราะเหมือนใส่สร้อยคอ
บ้างเรียกว่า Pearl-necked Dove คล้ายว่าใส่สร้อยมุก
และบ้างเรียกว่า Turtle Dove เพราะค่อนข้างอุ้ยอ้าย
อ่านมาว่าคนเคยเลี้ยงกันเยอะ ตอนนี้หันไปเห่อนกปรอดหัวจุกกัน


*
ดีใจมากที่ได้ภาพ "ไม่ทันกลืน"นี้ 
ถึงไม่ใช่ภาพมังกรคาบแก้ว แต่ก็เป็นนกคาบเมล็ดข้าวฟ่างนะคะ








14.7.56

นกปรอดบ้านขาว ตอน 3 / Bul Bul Birds @ Our Home part 3



ครั้งที่แล้วเล่าถึงประสบการณ์บินครั้งแรกก็เจอฝนของลูกนกปรอดเกิดที่บ้าน
ที่จบลงด้วยดี ลูกนกได้กลับรัง
คนเล่าเป็นสุข ทิ้งท้ายไว้ว่ายังมีที่สุขกว่านี้
ที่สุขกว่านี้ก็คือ วันรุ่งขึ้นแม่นกพาลูกนกมาเยี่ยมค่ะ
มาเกาะกิ่งต้นเข็มห่างจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่แค่เมตรนึง มองเอามองเอา
ต่างก็มองกัน คิดถึงจะตาย

นี่เป็นวันรุ่งขึ้นหลังจากเข้าไปแทรกแซงพาลูกนกเปียกปอนกลับรัง
วันที่สองก็หัดบินต่อ ยังงอมอยู่เลย ขนแข็งตั้ง ๆ บนหัวบอกว่าเป็นผู้ชาย
แม่เป็นคนพามา ที่ถูกคือ แม่เป็นนกพามา



มองกันจริงนะนี่ หางใครโผล่ออกมา 

ช่างจิ้มลิ้ม


ยังคงมอง 
เหมือนบอกว่า "อยากมองก็มอง อยากถ่ายรูปก็ตามสบาย"



ยกหน้าโพสต์ท่าให้เลย น่ารักจัง




ใบหน้าท่าทีของนกน้อยเป็นแรงบันดาลใจทำให้อยากวาดการ์ตูน
ขนบนหัวแสกกลางด้วย ^^



กลับมาเยี่ยมมามองกันจริง ๆ นะคะ 
บทสนทนาไร้เสียงที่ตรึงใจ


ขนอุยอ่อน ๆ ที่หน้าอก


หางกับตัว ถ่ายจากด้านข้างยังไม่บินหนีเลย
วางใจ...



จำลูกตาได้ติดตาติดใจจากครั้งติดฝน



สวยเหลือเกิน นกอิสระ(ของฉัน)



ผลจากคำพูดที่ว่า "เราเลี้ยงนกได้โดยไม่ต้องขังกรง"



คำว่า "ชมนกชมไม้" เข้ามาให้เห็นตรงหน้า
ส่งความอ่อนโยนละเมียดละไมมาถึงหัวใจคน
คนเป็นสุขก็เชื่อว่า ความรัก ผูกพัน และห่วงใยก็ส่งถึงหัวใจนกเหมือนกัน
ความรู้สึกดี ๆ ทั้งหมดนี้ละเอียดอ่อน ลึกซึ้งและกินใจจริง ๆ

บางครั้ง เราคอยนก
บางครั้งนกคอยคน
เราไปเยี่ยมพวกเค้าไม่ได้
นกต้องมาเยี่ยมเราแต่ฝ่ายเดียว

เชื่อว่า วันหนึ่งมันจะพาคู่รักมาด้วย
มาสร้างรังออกไข่
นกน้อยรุ่นใหม่จะเกิดที่นี่
ในสวนบ้านขาวที่ใบไม้มีรูพรุน
มีหนอน มีแมลง มีผีเสื้อ มีผึ้ง
มีนก

แล้วเจอกันมัมมี่ แด้ดดี้ และเบบี้บุลบุล




*







หน้าเว็บ