11.7.55

นกอิสระ เขาชวาชาร์ลีและครอบครัว Free bird: Charlie and his family

นกเขาชวา / Zebra Dove: Bkk, Thailand


1.

เราเลี้ยงนกได้โดยไม่ต้องขังกรง
มีนกตัวไหนบ้างที่อยากอยู่กับเราตลอดเวลา
แล้วเราล่ะ อยู่กับนกตัวไหนได้ตลอดเวลาหรือเปล่า

ในสวนไม่ใหญ่โต จัสมีเพื่อนเป็นนกเขาเล็กปีกลาย (ปีก ลาย ไม่ใช่ ปี กลายนะคะ จัสเคยอ่านชื่อบทกวีบทหนึ่งผิด คนเขียนหัวเราะแทบแย่)

เพื่อนนกตัวแรกชื่อชาร์ลี ^^ สนิทสนมถึงกับเคยเกาะไหล่
ชาร์ลีกับจัสอยู่ด้วยกันในสวนเกือบทุกเย็น บางครั้งก็มานอนหลับบนหญ้า หันหน้ามาทางเรา ห่างออกไปหนึ่งเมตรเอง
แต่ส่วนใหญ่จะเดินไปเดินมาไม่หยุด ต้อกแต็ก ๆๆๆๆ

พอถึงฤดูแรกแห่งรัก สีฟ้าที่หน้าและที่คอก็เริ่มจัดขึ้น เหมือนไปผัดหน้าด้วยสีครามเลยค่ะ สีและลายก็เข้มขึ้น

แล้ววันหนึ่ง ชาร์ลีก็เริงรำ !!!
มันพองขนคอ  ก้มหน้าหน่อยนึง กางปีกหรา 
เดินหลุนๆไปข้างหน้าแล้วถอยหลัง เดินหน้าแล้วถอยหลัง ซ้ำๆ
ลีลาท่าทางแปลกตา ทั้งงดงามทั้งตลก เหมือนหนุ่มหล่อแต่งตัวไปงานพาร์ตี้แล้วเมา !

ทำไมชาร์ลีต้องทำหัวทิ่มด้วย เคลื่อนกายแอบมอง
โอ ชาร์ลีทำอวดสาวนก
มันทำหัวทิ่มเหมือนจะบอกว่า "โผมเมารักคับ"
^^
แล้วชาร์ลีกับสาวนกก็สร้างรังที่ต้นมะม่วงน้ำดอกไม้
มันช่วยกันเก็บกิ่งไม้เล็กจำนวนมาก ใช้ดินโคลนเป็นตัวสมาน ดุจดังช่างปูนฝีมือดี จัสเห็นลูกนกโผล่หน้าออกมาสี่ตัว

ต่อมา มันพาลูกนกมาหัดบิน มันให้ลูกเกาะที่พนักเก้าอี้กลมในสวน
ลูกนกยังประคองตัวเองไม่ได้ ตกจากพนักห้อยหัวลงขณะยังเกาะขอบกลมแน่น
มันกลับขึ้นมาอีก แต่แล้วก็ตกห้อยหัวลงไปอีก เหมือนดูเด็กฝึกกายกรรมเลย ชาร์ลีและภรรยาช่วยกันฝึกลูกๆอยู่เป็นชั่วโมง
หลังจากนั้นมันก็นำลูกบินจากคอน(ขอบพนักเก้าอี้)หนึ่งไปอีกคอนหนึ่ง เป็นภาพที่น่ารักสุดๆ
ภาพนี้บอกจัสว่า "ทรงตัวให้ได้ก่อน หัดโผ แล้วค่อยหัดบิน"

นกเขาขวาสองตัว / Two Zebra Doves

2.

ชาร์ลีฝึกลูกน้อยทั้งสี่เป็นชั่วโมงเลยค่ะ และโรงฝึกก็อยู่ใต้กระโจมสูงในสวน อุปกรณ์คือหมู่เก้าอี้
จัสไม่แน่ใจ แต่รู้ว่าชาร์ลีบอกลูกๆมันว่าจัสเป็นเพื่อนของมัน
จัสเลยมีนกเขาเล็กปีกลายเดินเล่นใกล้ๆในสวน จากหนึ่งตัวก็เป็นหกตัว
น่ารักที่สุดก็ตอนที่มันนอนซุกบนหญ้า นอนอาบแดด ^^ น่าสบาย

ต่อมามีนกเขาตัวเท่าไก่ตอน สวยมาก ตัวมันเป็นสีแทน คนสวนบอกว่า มันคือนกเขาแดง แต่นกเขาแดงก็มีสีเทาอมฟ้าด้วยนะคะ
นกเขาแดงมาเป็นคู่ค่ะ นกคู่นี้เดินสวนกันกับนกเขาเล็ก สวนกันไปสวนกันมา ทำไม่รู้ไม่ชี้เหมือนไม่เห็นกัน แต่ก็รับรู้ว่ามีอีกฝ่ายอยู่
จัสรู้เพราะมันไม่เดินชนกันซะที
จัสเองทำตัวลีบเล็กอยู่บนเก้าอี้ในสวน
นกเขาแดงรับรู้ว่าจัสเป็นส่วนประกอบหนึ่งที่ไม่น่าสนใจ ^^

จัสดีใจที่เพิ่มที่ล้างจานไว้ภายนอก วันหยุดมีโอกาสล้างถ้วยจานในที่ลมโชย แสงแดดส่อง
ถ้วยชามแห้งสะอาด
ได้ลม ได้แดด แล้วยังได้ชมนกชมไม้
ทุกวันอาทิตย์ เวลาได้ล้างถ้วยจาน นกเขาเล็กรุ่นใหม่ ตัวเล็กๆจะมาป้วนเปี้ยนอยู่ข้างๆ ด้านที่ไม่มีหลังคา
จัสจะเข้าครัวไปเอาข้าวสารมาโรยให้ มันจะกินนิดหน่อยก่อน แล้วร้องเรียกนกอีกตัว
กู๊ กะ รุ๊ก กุ๊ก กู๊ อย่างนี้เลยค่ะ
อีกตัวนึงจะบินมากินด้วยกันสองตัว เดินอยู่ข้างจัสเหมือนไก่เลยค่ะ
นกเขาเล็กชอบกินข้าวสวยด้วย ตอนแรกๆจัสเลี้ยงมันด้วยข้าวสวย
มันน่ารักมาก ไม่ตะกละ อิ่มแล้วก็ไป
ที่บอกว่าไปคือย้ายไปเดินในสวนค่ะ กู้ กะ รุ็ก กุ๊ก กู๊

นกเขาเล็กปีกลายกับจัสใช้เวลาด้วยกันบ่อยๆ ความสบายใจเล็กๆน้อยๆรักษาความอ่อนโยนของจิตใจไว้
ความสบายใจเกิดขึ้นได้ง่ายๆ เรียกว่าความสุขก็ไม่ผิด
ความสุขเรียบง่ายไม่ฉูดฉาดที่มาถึงเสมอในช่วงเวลาที่ลงตัว
ความสุขจากความสบายใจ
สบายใจพอที่จะทำสิ่งที่ทำให้เป็นสุข
ความสุข เติบโต และ งอกเงย จากความสบายใจ






ดีใจที่ได้เขียนเล่าถึง"นกอิสระ ชาร์ลี และ ครอบครัว"
ซึ่งไม่น่าจบในคราเดียว

^^
หวังว่านกจะทำให้ยิ้มเหมือนที่มันทำให้จัสยิ้มนะคะ


*


12.4.55

ต้นไม้ที่จากไป After the Flood 3



ต้นไม้แสนรักที่จากไปกับน้ำ

ดอนย่าสิริกิติ์
ถ่ายภาพโดย ณ กมล


ดอนย่าสิริกิติ์ ที่มีใบสีเขียวอ่อนอมเหลือง มีใบเลี้ยงสีชมพูและดอกเล็กๆสีเหลือง
ทั้งหมดมีขนอุยๆเหมือนกำมะหยี่
บอบบาง ปักแจกันแล้วอยู่ได้สองวัน
ได้ปักก็เมื่อคนสวนแต่งเล็มกิ่งที่มีใบเลี้ยงสีสวยแล้วเสียดาย
แม่เล่าให้ฟังว่า ดอนย่าสีนี้ ฟิลิปปินส์ผสมพันธุ์ใหม่
เพื่อถวายสมเด็จพระราชินีของเราเมื่อคราวท่านเสด็จไปเยือน

ดอนย่าสีแดงก็มีอันเป็นไปด้วย




แสงจันทร์นวล

ต้นนี้สูงท่วมหลังคาบ้าน เป็นกิ่งชำจากบ้านแม่ เอาลงดินแล้วโตเร็วมาก
หลังน้ำท่วมก็ผลิใบอ่อนเล็กๆหลายยอด จึงเชื่อว่าจะไม่ตาย
ไม่ยอมให้ใครแตะต้อง
สองสามอาทิตย์ที่ผ่านไป ต้นก็เริ่มเอียงไปพิงรั้วข้างบ้านด้านใน
จำต้องให้ลุงจูมาตัดลงก่อนจะล้ม
ที่โอนเอียงคงเพราะกิ่งชำไม่มีรากแก้ว
เขาว่ากันอย่างนั้น มีคนเตือนให้ระวังต้นไม้ที่ล้อมมาปลูกจะล้ม




แสงจันทร์นวล 2
แสงจันทร์นวลสวยที่ใบอ่อน เป็นสีเหลืองเรืองๆ ลำต้นเนียนลื่นมือ
คนในบ้านไม่ค่อยได้ชื่นชมเพราะปลูกอยู่ข้างบ้าน
ไม่น่าเลย
ต้นไม้ต้นนี้มีเรื่องราวและเรื่องเล่า
ประทับอยู่ในใจ

ปีที่แล้วมีฝรั่งนักจัดสวนขอซื้อ ให้ราคาสี่หมื่น
ฉันกับเจดีไม่ยอมขายเพราะเรื่องราวในหัวใจ


ต้นนีออนที่ได้มาใหม่ปี 2514

ต้นนีออนออกดอก
ต้นนีออนใบเคยขาวโพลนยามค่ำ จากไปแล้ว
ใบเป็นสีเขียวอมขาว สีโปรดทุกสีต้องอมขาว
ต้นนี้จึงได้มาอยู่ในสวน
พุ่มสวยและให้ดอกสีม่วงพรั่งพรู
คิดถึง



ต้นไม้ป่า ดอกหอมเจ็ดชั้น
ถ่ายภาพโดย ณ กมล

ดอกของต้นหอมเจ็ดชั้นให้กลิ่นหอมที่ด่ำดื่ม
ดอกไม้เปลี่ยนสี บานใหม่เป็นสีขาว
แล้วเปลี่ยนเป็นสีเหลืองที่ค่อยๆเข้มขึ้น
คนขายบอกว่าเป้นต้นไม้ป่า ราคาแพง
เพราะกลิ่นหอมถึงซื้อมา ทนุถนอมสุดๆ
เสียดายมากเมื่อเธอจากไป


หลังน้ำท่วมเรียนรู้ว่าต้นไม้พวกนี้ทนน้ำไม่ได้
คิดถึงจนมองหาตัวแทน แต่กลัวว่าจะจากไปอีก
เลยหันหน้าหาต้นไม้ที่รู้ว่าผ่านน้ำได้ รวมทั้งต้นไม้พื้นๆ
แต่ไม่แน่ ถ้าถึงเวลาทนคิดถึงไม่ไหว จะเอามาปลูกไว้ในกระถางวางไว้บนระเบียงบนที่มีอยู่รอบบ้าน

จดไว้จำ จะได้ไม่เสียใจอีก
บางทีจะมีประโยชน์กับคนกำลังจะทำสวนหรือมีสวนใหม่

มะลิซ้อนพันธุ์"เอ็มเพรส"ที่บ้านไม่ตาย
ดอกใหญ่กว่ากุหลาบหนู
ส่วนมะลิลาเลื้อยโผล่หน้ามาออกดอกทั่วไปหมด
แซมชบาซ้อนสีแดงที่เหมือนดอกคาร์เนชั่นแต่ใหญ่กว่า
ออกดอกเป็นช่อเคียงเข็มแดงและเข็มเหลือง
สวยมากจริงๆ
ดอกไม้สีขาวอยู่กับสีอะไรก็สวย
ขาวโพลนในแสงคืนขณะดอกไม้สีอื่นเหมือนหายไป


*





หน้าเว็บ