12.11.57

ห่มโลก / Blanket Earth




บนโต๊ะทำงานมีของสำคัญและของที่มีคุณค่าทางจิตใจ
เป็นของที่ได้มาจากคนอื่นบ้าง หามาเองบ้าง
ต้องมีสมุดเขียน ปากกา ดินสอทื่อ ๆไว้เขียนบทกวี





เขียนบทกวีหลายประเภท บางครั้งก็ผสมสองสามประเภทไว้ด้วยกัน
เช่นเดียวกับต้นไม้ดอกไม้ในสวน





สีหลักในสวนคือสีขาวที่มองเห็นได้ในแสงกลางคืน
รวมถึงสีอื่น ๆ ที่ถูกเจือจางด้วยสึขาวด้วย เช่นชมพูซีด เหลืองซีด

แม่เคยบอกว่า เฟื่องฟ้าดอกขาวเหมือนผ้าลูกไม้
จึงถูกนำมาไว้ในสวนนี้
เห็นทีไรก็นึกถึงชายกระโปรงผ้าลูกไม้จากภาพตอนเด็ก ๆ





สีชมพูซีดเกือบขาวของกุหลาบอังกฤษ "โรซาลิน"




กุหลาบอังกฤษ "ชารีฟา อัสมา" สีชมพูอมส้ม เมื่อบานเต็มที่ในอากาศร้อนชิ้นจัด
ก็กลายเป็นสีขาว





กุหลาบทั้งข้างบนและข้างล่างก็เป็นสีส้มซีดจางและเหลืองจางจนเกือบขาว





สีขาวที่โปรดปราน ระบายอยู่บนดอกยี่เข่ง
ดอกไม้กลีบย่นที่มีเกสรฟูสีเหลือง



เมื่อดอกเฟื่องฟ้าขาวเหมือนผ้าลูกไม้
ดอกยี่เข่งก็เหมือนผ้าป่านเนื้อบางที่ถูกอัดกลีบ




ดอกตูมของยี่เข่งเป็นสีเขียวอมขาว




ในสวนนี้มีสีอื่น ๆ แตะแต้ม พวกเธอโดดเด่นอยู่ท่ามกลางสีขาว
และทำให้สีขาวโดดเด่น





ช่อพยับหมอกสีฟ้าย้อยลงมาดูอ่อนโยนยิ่ง
แต่ก็เห็นกับตาว่ามีบางคนโยงใยช่อดอกให้ตั้งตรงด้วยเส้นเอ็นนับไม่ถ้วน
เห็นทีไรทำให้นึกถึงหุ่นเชิดทุกที
ถีงการจัดสวนจะเป็นการฝืนธรรมชาติ เช่นนำต้นไม้ที่ไม่เคยขึ้นด้วยกันมาอยู่ด้วยกัน
แต่ถึงอย่างไรก็ต้องชอบสภาพแวดล้อมแสงและน้ำที่เหมือนกันหรือใกล้เคียงกัน
การตัดแต่งให้ได้รูปทรงเป็นเรื่องที่เข้าใจกันในหมู่คนปลูกต้นไม้
แต่เมื่อเห็นเส้นเอ็นเหล่านั้นก็อดรู้สึกไม่ได้ว่า...
ความอ่อนโยนของพยับหมอกถูกมองข้าม
ถูกฝืนธรรมชาติด้วยการผูกมัดโยงใยทำลายความอ่อนช้อยที่เป็นจุดเด่นของเธอ




ต้นเล็บครุฑ ที่พยายามทำให้เป็นก้อนเมฆลอย ริดใบบนก้านช่วงล่างออก
ปล่อยไว้เป็นก้อนที่ข้างบน
ยังไม่สวย สวยเมื่อไรก็คงถ่ายรูปก้อนเมฆเล็บครุฑมาให้ดู


Home Photo


"ซัมเมอร์ไทม์" ตอนแย้มบานเป็นสีเหลืองซีด ๆ
และเปล่งประกายสีเหลืองเจิดจ้าเมื่อเบ่งบาน
เพื่อที่จะกลายเป็นสีขาวเมื่อบานเต็มที่แล้ว




ปลูกกุหลาบเหลืองไว้ รอให้บานเต็มต้นในวันเฉลิมพระชนมพรรษาในหลวงของเรา
และแน่นอนต้องจัดหาซัลเวียสีฟ้ามาเคียง
สีฟ้ากับสีเหลืองอยู่ด้วยกันแล้วสวยงามที่สุด
แล้วยังเป็นสีธงชาติของประเทศสวีเดนด้วย





เมื่อบานเต็มที่ กลีบข้างนอกก็จะเปลี่ยนเป็นสีขาว
สีเหลืองที่ตรงกลางก็เจิดจ้า
เห็นเป็นสามมิติ




บอนต้นนี้จากแม่ บอนสีชมพูมีลายขาวและเขียว
เรียงเล่นระดับและคิดเอาเองว่า ...
นี่คือน้ำตกสีชมพู



กลางหน้าฝนปีนี้ กุหลาบชมพูบานนับไม่ถ้วน
และบานไม่หยุด จนเข้าเดือนพฤศจิกายนแล้วก็ยังออกดอก





ดอก "แวววิเชียร" หรือที่เรียกเองว่า ดอก "อย่าลืมฉัน" สีแดงหม่น
เห็นปุ๊บคว้าปั๊บเพราะเห็นเป็นครั้งแรก
สีดูเท่ดี ไม่โฉ่งฉ่าง







"แวววิเชียร" สีม่วงเข้มนี้เห็นแล้วถึงกับอึ้งไปเลย
ไม่เหมือนกับสีม่วงพันธุ์ดั้งเดิมของแม่
เห็นว่าสวยแปลก ทั้งสีแดงและสีม่วงอยู่ในกระถางเดียวกันกับสีขาว
จึงกลมกลืนกันไป
และยังช่วยให้กุหลาบสีชมพูมีคู่สีที่น่าสนใจ




ข้างล่างเป็นดอกไม้แนบดินสีม่วงอ่อนจาง ไม่ใช่ "ม่วงเช้า" ของเรา
เพิ่งรู้ว่าชื่อหญ้า "กาบหอย"
เป็นดอกไม้สีม่วงอีกอย่างที่สายลมเอามาฝาก ดอกเล็กกว่าหัวไม้ขีด
แต่แผ่ไปเป็นหย่อมท่ามกลางหญ้าเขียวอย่างสวยงาม
ปีที่แล้ว เมื่อหมดฝนก็หายไปเพื่อที่จะกลับมาใหม่



คืนหนึ่งกว่าจะทำงานเสร็จก็ดึกมากแล้ว
ก่อนเข้านอนก็ออกไปที่ระเบียง เงยหน้าเห็นพระจันทร์ทรงกลดงดงามมาก
รับวันใหม่ 12 สิงหาคมที่เพิ่งผ่านเข้ามา
ถ่ายภาพเอาไว้ พบว่าไม่งามเท่าที่ตาเห็น

มองจันทร์แล้วกระซิบบอกแม่ตัวเองว่าลูกคิดถึง
และกล่าวถวายพระพรสมเด็จพระราชินีของเรา
"ขอพระองค์ทรงพระเจริญ"


เวลาดูต้นไม้ดอกไม้แล้วสดชื่น ไม่ว่าของจริงหรือรูปถ่าย
ไม่ว่าต้นไม้ดอกไม้ที่เห็นจะเป็นของเราเองหรือของคนอื่น
ก็จะรู้สึกถูกอกถูกใจ
ลงภาพและเรื่องเล่าเพื่อเก็บความสดชื่นและช่วยจำ
ว่าเดือนสิงหาที่ทั้งร้อนทั้งเปียกโชกและชื้น ดอกไม้ต้นไม้ในสวนนี้เป็นอย่างไร


ห่มโลก
Blanket Earth


 

*

ภาพถ่ายจากเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม 2557



22.10.57

นกพิราบในสวนที่ถูกเรียกว่าเรดบูทส์ / Pigeon (Red Boots) in my Garden


กรกฎาคม

นกพิราบฝูงหนึ่งแวะมากินอาหารที่ในสวน
คงเป็นนกพิราบจากสนามหลวงที่ถูกจับมาปล่อย
พวกมันลุกลี้ลุกลน กินอาหารเหมือนกับอดอยากมานาน
ทำเอานกเขาชวา นกเขาหลวงและเหล่านกกระจอกระส่ำระสายไปตาม ๆ กัน
นกพิราบทำให้นกเขาหลวงที่หวงกินและชอบวิวาทกลายเป็นนกผู้ดีไปเลย


นกพิราบ(เท้าแดง) / Pigeon in our garden



ตอนแรกมาแค่ตัวเดียว และแล้วก็ตาม ๆ กันมา

สะดุดตากับเท้าสีแดงเหมือนสวมรองเท้าบู้ท
เลยเรียกพวกเค้าว่า เรดบูทส์


นกพิราบเท้าแดงจากหนึ่งตัวเป็นสามตัว / Three pigeons

เห็นนกแล้วอยากรู้ว่าเป็นนกอะไรก็เลยหาข้อมูล
ถึงรู้ว่าประชากรนกพิราบที่สนามหลวงขยายจำนวนรวดเร็วมากเพราะมีผู้คนให้อาหาร
กทม.ก็เลยต้องจับไปปล่อยไว้ที่นั่นที่นี่ ให้กระจายกันไป
ที่เชื่อว่าเป็นนกจากสนามหลวงก็เพราะว่าไม่กลัวคนเลย
มาถึงก็คล้ายบอกว่าหิวแล้ว จะกิน 
ผิดกับนกฝูงน้อยที่ให้อาหารประจำ จะมาแบบเจียมตัว


นกพิราบเท้าแดงในรูปนี้ห้าตัวแล้ว / from three to five Pigeons



 เห็นภาพแล้วคงเข้าใจว่าทำไมถึงเรียกว่าเร้ดบูท

นกพิราบเร้ดบูทส์ผู้หิวโหย
ภาพข้างบนนี้ชอบมาก




ที่จริงพวกเค้าก็สวยดี มีบางตัวที่เกือบสวยเพราะลายเลอะไปหน่อย
แต่กลัวเหมือนกันเรื่องไวรัสนก
เท่าที่รู้มามักไม่เกิดกับนกที่อยู่ตามธรรมชาติ
ที่อังกฤษ ถ้ามีนกตายต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ จะได้เอาไปตรวจว่าเป็นโรคระบาดหรือเปล่า
ถ้าเกิดที่กรุงเทพจะแจ้งใครดี จะมีใครเอาไปตรวจไหม


จากห้าเป็นหกนกพิราบ / Six Pigeons



เกิดอาการกังวล จะมากันทั้งสนามหลวงไหมนี่

จะมีโรคมาด้วยหรือเปล่า
จะติดนกเขาชวาหน้าเก่าของเราหรือไม่
ถ้ามากันมาก ๆ คงต้องหยุดให้อาหาร
ไม่มีอาหารก็คงไม่มา



โปรดสังเกต จากรูปทั้งหมด แทบไม่มีนกพิราบตัวไหนเงยหน้า กินอย่างเดียวเลย
มองในภาพอย่างนี้แล้วสงสาร ก็หิวมานี่นา
อิ่มแล้วก็กินน้ำในอ่างแล้วก็ไป

ไป
เพื่อที่จะกลับมาใหม่



*






หน้าเว็บ